ก.ล.ต. – ปปง. – ธปท. – CIB ผนึกกำลัง เปิดพิมพ์เขียวแชร์ข้อมูลการเงิน สกัดฟอกเงินคริปโต–บัญชีม้า

4 หน่วยงานกำกับดูแลด้านการเงินและความมั่นคงของไทย ได้แก่ ก.ล.ต. (สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์), ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน), ธปท. (ธนาคารแห่งประเทศไทย) และ ACSC ภายใต้ CIB (กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง)

ประกาศบูรณาการความร่วมมือเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการปราบปรามการฟอกเงินและอาชญากรรมไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็น “พิมพ์เขียวใหม่” ของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานกำกับดูแลและฝ่ายบังคับใช้กฎหมาย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการติดตามเส้นทางเงินจากบัญชีธนาคาร → กระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล → บัญชีม้า → ปลายทางของมิจฉาชีพ ทั้งในและต่างประเทศ

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต., นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. และนางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการสายยุทธศาสตร์และโครงการพิเศษ ธปท. ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการ ธปท. ร่วมประกาศจุดยืนในการยกระดับการเชื่อมโยงข้อมูลและการประสานงานข้ามหน่วยงาน เพื่อรับมือกับภัยทางการเงิน (Financial Crime) ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ช่องทางออนไลน์และสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการฟอกเงิน

ด้านนางสาวดารณี ระบุว่า ธปท. ให้ความสำคัญกับการรักษาความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสของระบบการเงินไทย ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทของ ก.ล.ต. ในการกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล และ ปปง. ในการติดตามธุรกรรมต้องสงสัยและเส้นทางการเงินผิดกฎหมาย

อีกหนึ่งกลไกสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้คือ ACSC หรือ Anti-Cybercrime Coordination Center ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ภายใต้ CIB ซึ่งทำหน้าที่จัดการคดีหลอกลวงออนไลน์ แชร์ลูกโซ่คริปโต และเครือข่ายฟอกเงินข้ามชาติโดยตรง

การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างทั้ง 4 หน่วยงาน จะช่วยลดช่องว่างเดิมที่ทำให้การติดตามเส้นทางเงินจากระบบธนาคารไปยังกระเป๋าคริปโตหรือบัญชีปลายทางต่างประเทศใช้เวลานาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการอายัดทรัพย์หรือดำเนินคดีกับเครือข่ายมิจฉาชีพได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ในช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา ไทยเผชิญปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแชร์ลูกโซ่ที่อ้างผลตอบแทนจาก AI Trading Bot, คอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงินไปยังกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล หรือขบวนการบัญชีม้าคริปโตที่ใช้ซ่อนเส้นทางเงินผิดกฎหมาย

ความร่วมมือครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า ภาครัฐไทยกำลังขยับจาก “การปราบแบบแยกส่วน” ไปสู่ “การปราบแบบบูรณาการ” ที่อาศัยข้อมูลจากระบบธนาคาร ระบบ KYC ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และฐานข้อมูลธุรกรรมต้องสงสัยของ ปปง. มาประกอบกันแบบเรียลไทม์

สำหรับนักลงทุนคริปโตไทยที่ใช้บริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. การยกระดับมาตรการ AML (Anti-Money Laundering) ครั้งนี้ ถือเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว เพราะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของระบบนิเวศคริปโตไทย และอาจช่วยให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยได้รับการยอมรับมากขึ้นจากสถาบันการเงินและผู้กำกับดูแลระดับสากล

คลิก

Cr.เอกสารแถลงข่าวร่วม สำนักงาน ก.ล.ต., ปปง., ธปท. และ ACSC/CIB

-----------------------------------------------------

เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b 
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you

"การแจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยง: การเทรด Forex หรือ CFD และตราสารอนุพันธ์อื่นๆ นั้นผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงวัตถุประสงค์การซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ความสูญเสียจะสูงเกินกว่าเงินลงทุนของคุณ คุณควรลงทุนในระดับที่สามารถรับความสูญเสียได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดและใช้ความระมัดระวังในการจัดการความเสี่ยงของคุณ"