แพลตฟอร์มสเตเบิลคอยน์ Bridge ภายใต้การสนับสนุนของ Stripe ประกาศว่าได้รับ “การอนุมัติเงื่อนไข” (conditional approval) ให้ดำเนินงานในฐานะธนาคารทรัสต์แห่งชาติ (National Trust Bank) ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของ Office of the Comptroller of the Currency (OCC)
หน่วยงานกำกับดูแลธนาคารของสหรัฐฯ
Bridge ระบุว่า เมื่อได้รับอนุมัติเต็มรูปแบบ บริษัทจะสามารถให้บริการรับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (custody) ออกเหรียญ stablecoin และบริหารจัดการเงินสำรอง (reserves) ของ stablecoin ได้ภายใต้กรอบกำกับดูแลระดับรัฐบาลกลางอย่างเป็นทางการ
บริษัทระบุเพิ่มเติมว่า โครงสร้างด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบของตนถูกออกแบบให้สอดรับกับกฎหมาย stablecoin ฉบับใหม่ หรือที่เรียกว่า GENIUS Act ซึ่งผ่านความเห็นชอบไปก่อนหน้านี้ โดยมองว่าการได้ charter ธนาคารทรัสต์แห่งชาติจะเป็น “backbone ด้านกฎระเบียบ” ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างและขยายธุรกิจบน stablecoin ได้อย่างมั่นใจในระดับสถาบัน
บริบทการขอ Charter หลัง GENIUS Act
Bridge ถือเป็นหนึ่งในหลายบริษัทคริปโตที่เร่งยื่นขอ charter ธนาคารทรัสต์แห่งชาติจาก OCC ภายหลังการผลักดันกฎหมาย GENIUS Act เพื่อกำหนดกรอบกำกับดูแล stablecoin ในสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ OCC ได้ให้การอนุมัติเงื่อนไขแก่ผู้เล่นรายสำคัญหลายราย เช่น
-
BitGo
-
Fidelity Digital Assets
-
Paxos
-
Circle
-
Ripple
ตามบันทึกของ OCC ระบุว่า Bridge ยื่นขอ charter เมื่อเดือนตุลาคม และได้รับการอนุมัติเงื่อนไขเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้ในปี 2025 Stripe ได้เข้าซื้อกิจการ Bridge ด้วยมูลค่าประมาณ 1.1 พันล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมศักยภาพการชำระเงินผ่าน stablecoin ในระดับโลก
สมาคมธนาคารสหรัฐฯ เรียกร้องให้ชะลอการอนุมัติ
ด้าน American Bankers Association (ABA) ได้ส่งจดหมายถึง OCC เรียกร้องให้ชะลอการอนุมัติ charter แก่บริษัทคริปโต โดยให้เหตุผลว่ากฎเกณฑ์ภายใต้ GENIUS Act ยังขาดความชัดเจน และเกรงว่าบริษัทบางแห่งอาจใช้โครงสร้างธนาคารทรัสต์แห่งชาติเป็นช่องทางหลีกเลี่ยงการกำกับดูแลบางรูปแบบจากหน่วยงานการเงินอื่นของสหรัฐฯ
ABA ระบุว่า OCC ควรใช้ความระมัดระวัง และไม่เร่งรัดการพิจารณาตามไทม์ไลน์ปกติ จนกว่าขอบเขตความรับผิดชอบด้านกฎระเบียบของผู้ยื่นขอ charter แต่ละรายจะมีความชัดเจนสมบูรณ์
ประเด็น Stablecoin Yield ยังเป็นจุดถกเถียง
ในขณะเดียวกัน สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังเดินหน้าผลักดันร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลแบบครอบคลุม ขณะที่เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวยังคงหารือกับทั้งภาคอุตสาหกรรมคริปโตและภาคธนาคาร
ประเด็นที่ยังถกเถียงกันอย่างเข้มข้น ได้แก่
-
การจ่ายผลตอบแทนของ stablecoin (stablecoin yield)
-
การกำกับดูแล stablecoin ภายใต้กรอบตลาดทุน
-
การออกหุ้นในรูปแบบโทเคน (tokenized equities)
-
ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของผู้ให้บริการ
หลายฝ่ายมองว่า ประเด็นเหล่านี้อาจกลายเป็นจุดชี้ขาดสำคัญก่อนการลงมติในวุฒิสภา ซึ่งจะกำหนดทิศทางอนาคตของ stablecoin และระบบการเงินดิจิทัลในสหรัฐฯ อย่างมีนัยสำคัญ
วิเคราะห์เชิงโครงสร้างตลาด
การที่ Stripe เดินเกมผ่าน Bridge เพื่อขอ charter ธนาคารทรัสต์แห่งชาติ สะท้อนภาพการ “สถาบันการเงินดั้งเดิม + ฟินเทค” เข้าสู่โครงสร้างการกำกับดูแลเต็มรูปแบบ มากกว่าการดำเนินธุรกิจในพื้นที่สีเทาเหมือนอดีต
หากได้รับอนุมัติเต็มรูปแบบ นี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ stablecoin ขยับจากเครื่องมือในโลกคริปโต ไปสู่ infrastructure การชำระเงินระดับสถาบันภายใต้กรอบกำกับดูแลชัดเจน — และอาจเร่งการแข่งขันระหว่างธนาคารแบบดั้งเดิมกับแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลในระยะถัดไปอย่างมีนัยสำคัญ
-----------------------------------------------------
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you























