สมาชิกพรรคเดโมแครตระดับอาวุโสในสภาคองเกรสสหรัฐฯ รวมพลังยื่นหนังสือถึงกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เรียกร้องให้ยกเลิกแผนเปิดทางให้นำคริปโตเคอร์เรนซีและสินทรัพย์ทางเลือกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแผนการออมเพื่อเกษียณ 401(k) โดยชี้ว่าสินทรัพย์ดังกล่าวมีความผันผวนสูง
และยังขาดมาตรการคุ้มครองนักลงทุนที่เพียงพอ
จดหมายดังกล่าวนำโดย เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders), เอลิซาเบธ วอร์เรน (Elizabeth Warren) และ บ็อบบี้ สก็อตต์ (Bobby Scott) ซึ่งดำรงตำแหน่งสมาชิกอาวุโสฝ่ายเสียงข้างน้อยในคณะกรรมาธิการสำคัญของสภาคองเกรส โดยเรียกร้องให้ คีธ ซอนเดอร์ลิง (Keith Sonderling) รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ถอนข้อเสนอที่อนุญาตให้แผนเกษียณ 401(k) สามารถลงทุนใน Private Equity, สินทรัพย์ดิจิทัล, Private Credit และสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ได้
กังวลความเสี่ยงคริปโตในเงินออมวัยเกษียณ
กลุ่มสมาชิกสภาคองเกรสระบุว่า นโยบายดังกล่าวอาจทำให้เงินออมเพื่อการเกษียณของชาวอเมริกันต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง โดยเฉพาะคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งยังเผชิญปัญหาการกำกับดูแลที่ไม่ชัดเจนและมีความเสี่ยงต่อการฉ้อโกง
ในจดหมายยังระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายหลักทรัพย์ต่ออุตสาหกรรมคริปโตของหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง SEC กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ส่งผลให้การคุ้มครองนักลงทุนในตลาดคริปโตยังไม่เทียบเท่าตลาดหลักทรัพย์แบบดั้งเดิม และอาจสร้างความเสียหายแก่ผู้ถือบัญชีเกษียณในระยะยาว
เม็ดเงินกว่า 10 ล้านล้านดอลลาร์ตกเป็นประเด็น
ข้อเสนอดังกล่าวมีต้นกำเนิดจากนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการขยายโอกาสการเข้าถึงสินทรัพย์ทางเลือกให้กับนักลงทุนรายย่อย โดยกระทรวงแรงงานได้ประกาศแนวทางดังกล่าวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เนื่องจากแผนเกษียณ 401(k) ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือการออมที่สำคัญที่สุดของชาวอเมริกัน โดยข้อมูลจาก Investment Company Institute ระบุว่า ณ สิ้นปีที่ผ่านมา มีเงินสะสมอยู่ในระบบกว่า 10.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
เดโมแครตตั้งคำถามผลประโยชน์ทับซ้อน
นอกจากประเด็นความเสี่ยงด้านการลงทุนแล้ว สมาชิกพรรคเดโมแครตยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของผลประโยชน์ทับซ้อนภายในรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเฉพาะความเชื่อมโยงระหว่างครอบครัวทรัมป์กับธุรกิจคริปโตอย่าง World Liberty Financial
ข้อกังวลดังกล่าวยังถูกหยิบยกเข้าสู่การพิจารณาร่างกฎหมาย CLARITY Act ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญที่มีเป้าหมายกำหนดกรอบกำกับดูแลตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในสหรัฐฯ โดยฝ่ายเดโมแครตในวุฒิสภาระบุชัดว่า จะไม่สนับสนุนร่างกฎหมายใด ๆ ที่ไม่มีบทบัญญัติด้านจริยธรรมและการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างเพียงพอ
ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าประเด็นคริปโตยังคงเป็นสนามต่อสู้ทางการเมืองที่สำคัญในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้สินทรัพย์ดิจิทัลมีบทบาทมากขึ้นในระบบการเงินกระแสหลัก ขณะที่ฝ่ายคัดค้านยังคงตั้งคำถามถึงความปลอดภัยและผลกระทบต่อผู้ลงทุนรายย่อยในระยะยาว
Cr.cointelegraph
-----------------------------------------------------
เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you























