Bitwise แฉหุ้นเทคฯ สหรัฐฯ “แพงเกินจริง” ขณะ Bitcoin ดิ่งเข้าโซน “ของถูก” ชี้อาจกำลังเปลี่ยนผ่านสู่สินทรัพย์ไฮบริด

Bitwise บริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโตชั้นนำของสหรัฐฯ เปิดเผยรายงานล่าสุดที่ชี้ว่า Bitcoin (BTC) กำลังซื้อขายต่ำกว่ามูลค่าเฉลี่ยในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ สวนทางกับหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่ถูกประเมินมูลค่าสูงเกือบที่สุดในประวัติศาสตร์

 

ในรายงาน Crypto Market Compass ประจำสัปดาห์ Bitwise ระบุว่า ค่า MVRV Ratio (Market-Value-to-Realized-Value) ของ Bitcoin ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 1.42 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทางประวัติศาสตร์ราว 36% โดยดัชนีดังกล่าวใช้วัดมูลค่าตลาดของ Bitcoin เทียบกับต้นทุนเฉลี่ยของเหรียญที่เคลื่อนไหวบนบล็อกเชน และมักถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Price-to-Book Ratio ของตลาดหุ้น

ขณะเดียวกัน ดัชนี Nasdaq-100 กลับมีค่า Price-to-Book Ratio สูงกว่าช่วงเวลาในประวัติศาสตร์กว่า 99% สะท้อนว่าหุ้นเทคสหรัฐฯ อาจกำลังอยู่ในภาวะ “แพงเกินพื้นฐาน” เมื่อเทียบกับอดีต

Bitwise ระบุว่า การปรับตัวขึ้นของทั้งตลาดหุ้นสหรัฐฯ และทองคำ อาจสะท้อนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ประเภท Hard Assets ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นแรงหนุนต่อ Bitcoin ในระยะถัดไป

กองทุนเฮดจ์ฟันด์เพิ่มเลเวอเรจ – ยอดชอร์ตหุ้นเทคพุ่งทำสถิติ

ด้าน XWIN Japan บริษัทวิจัยด้านคริปโตจากญี่ปุ่น เปิดเผยข้อมูลว่า Hedge Fund Leverage หรืออัตราส่วนการกู้เงินมาเทรดของกองทุนเฮดจ์ฟันด์ พุ่งเข้าใกล้ระดับ 293% ขณะที่มูลค่าการเปิดสถานะขายชอร์ตในดัชนี S&P 500 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

เฉพาะหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ มีมูลค่าการเปิดสถานะขายชอร์ตจำนวนมหาศาล ได้แก่

  • NVDA มูลค่าราว 62,500 ล้านดอลลาร์
  • AAPL มูลค่าราว 38,500 ล้านดอลลาร์
  • MSFT มูลค่าราว 33,700 ล้านดอลลาร์

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าตลาดเริ่มมีแรงเก็งกำไรฝั่งขาลงต่อหุ้นเทคเพิ่มขึ้น แม้ราคายังคงยืนอยู่ในระดับสูง

Bitcoin เริ่มหลุดจากภาพ “Risk Asset”

ในอดีต Bitcoin มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะช่วงวิกฤตโควิดในปี 2020 และตลอดวัฏจักรตลาดระหว่างปี 2020–2022

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นมา ความสัมพันธ์ระหว่าง Bitcoin กับดัชนี S&P 500 เริ่มอ่อนตัวลงอย่างชัดเจน โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ขณะที่ Bitcoin ยังคงมีความผันผวนและสร้างแนวโน้มราคาของตัวเอง

XWIN Japan มองว่า ปัจจัยสำคัญมาจากแรงซื้อในตลาด Spot และกระแสเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ Spot Bitcoin ETF ซึ่งกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนเฉพาะของตลาดคริปโต มากกว่าการเคลื่อนไหวตามสินทรัพย์เสี่ยงแบบเดิม

บริษัทระบุว่า แนวโน้มดังกล่าวอาจสะท้อนว่า Bitcoin กำลังพัฒนาจาก “Risk Asset” ไปสู่ “Hybrid Asset” หรือสินทรัพย์แบบผสม ที่ยังคงอ่อนไหวต่อสภาพคล่องระดับมหภาค แต่เริ่มมีโครงสร้างตลาดเฉพาะตัวมากขึ้น

BTC Risk Index ส่งสัญญาณ “Low-Risk” คล้ายจุดต่ำสำคัญในอดีต

ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์คริปโต MorenoDV เปิดเผยว่า ค่า BTC Risk Index ล่าสุดเพิ่งปรับขึ้นเหนือระดับ 2 ซึ่งในอดีตมักเกิดขึ้นใกล้จุดต่ำสุดของตลาด Bitcoin

ดัชนีดังกล่าวใช้วัดการไหลเวียนของเงินทุนในตลาด Bitcoin เทียบกับมูลค่าตลาดรวม โดยค่าที่พุ่งสูงมักเกิดในช่วง Panic Sell หรือการเทขายอย่างรุนแรง

เหตุการณ์สำคัญที่เคยเกิดสัญญาณลักษณะเดียวกัน ได้แก่

  • วิกฤตล่มสลายของ Mt. Gox ในปี 2015
  • จุดต่ำสุดของตลาดหมีปี 2018
  • วิกฤตโควิดเดือนมีนาคม 2020
  • การล่มสลายของ Terra Luna และ FTX ในปี 2022

แม้สัญญาณปัจจุบันจะถือว่าแรงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2023 แต่ MorenoDV มองว่า รูปแบบการปรับฐานของ Bitcoin เริ่มรุนแรงน้อยลงตามขนาดตลาดที่ใหญ่ขึ้น และยังไม่เข้าสู่ภาวะ Capitulation หรือการยอมแพ้เทขายแบบสุดขั้วเหมือนในปี 2020 และ 2022

นักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งจึงมองว่า Bitcoin อาจกำลังอยู่ในช่วง “ประเมินค่าต่ำ” เมื่อเทียบกับสินทรัพย์เสี่ยงประเภทอื่น โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ เผชิญแรงกดดันจากการประเมินมูลค่าที่ตึงตัวมากขึ้น

คลิก

Cr.cointelegraph

-----------------------------------------------------

เพิ่มเพื่อนรับข่าวสารตลาดหุ้น Forex และบทความดีๆ ด้านการเงิน การลงทุน ฟรี !!
http://line.me/ti/p/%40zhq5011b 
Line ID:@fxhanuman
Web : https://www.fxhanuman.com
Web : https://www.eluforex.com/
FB:https://www.facebook.com/review.forex.broker/
เยี่ยมชม partner ของเราที่ Eluforex รีวิวโบรกเกอร์ Forex
#forex #ลงทุน #peppers #xm #fbs #exness #icmarkets #avatrade #fxtm #tickmill #fxpro #fxopen #fxcl #forex4you

"การแจ้งเตือนเรื่องความเสี่ยง: การเทรด Forex หรือ CFD และตราสารอนุพันธ์อื่นๆ นั้นผันผวนสูงและมีความเสี่ยงสูง คุณควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงวัตถุประสงค์การซื้อขาย ระดับประสบการณ์ และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ที่ความสูญเสียจะสูงเกินกว่าเงินลงทุนของคุณ คุณควรลงทุนในระดับที่สามารถรับความสูญเสียได้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจความเสี่ยงทั้งหมดและใช้ความระมัดระวังในการจัดการความเสี่ยงของคุณ"